FAQ

 

 

 

  • Q: กลัวเจ็บ กลัวเข็ม
    A: ปัจจุบันเทคโนโลยีก้าวไปไกล เครื่องมือและอุปกรณ์ต่างๆทันสมัย ดูไม่น่ากลัว เข็มฉีดยามีขนาดเล็กลงมาก มีการเคลือบสารหล่อลื่นที่ตัวเข็ม ทำให้รู้สึกน้อยลง และเข็มที่ใช้ก็จะใช้เพียงครั้งเดียว จึงใหม่เสมอ และจะใช้ยาชาแบบทาหรือ spray ที่ผิวก่อน เพื่อป้องกันการเจ็บได้มากขึ้น

    Q: เด็กทำฟันได้ตั้งแต่อายุเท่าไหร่? เด็กจะกลัวการทำฟันหรือไม่
    A: สิ่งสำคัญ คือ คุณพ่อคุณแม่ ต้องสร้างความคุ้นเคยให้เด็กตั้งแต่ยังเล็กอยู่ กล่าวคือ คุณพ่อคุณแม่ ควรจะใช้ผ้าอ้อมชุบน้ำหมาดๆเช็ดเหงือก เหงือกหลังจากดื่มนมตั้งแต่เกิดเลย หรือจะใช้แปรงยางนวดเหงือกด้วยก็ได้ และใช้แปรงสีฟันเด็กแปรงให้ตั้งแต่ซี่แรกขึ้น จนเมื่อฟันกรามน้ำนมขึ้น (ประมาณ 1.5-2.5 ขวบ) ควรจะมาพบทันตแพทย์

    Q: ฟันหน้าห่าง แก้ไขได้อย่างไรบ้าง
    A:  ต้องดูที่สาเหตุด้วย คือ ถ้าเกิดจากถอนฟันกรามด้านในไปนานและไม่ได้ใส่ฟัน ทำให้ฟันซี่ข้างล้มเข้าหากัน และฟันก็จะล้มต่อๆกัน จนฟันหน้าห่าง ซึ่งต้องแก้ปัญหาที่ฟันด้านในด้วย เพาะถ้าไม่แก้ไข ถึงแม้เราจะปิดช่องฟันห่างแล้ว ฟันก็จะมีโอกาสห่างได้อีก เนื่องจากฟันด้านในยังล้มต่อไปเรื่อยๆ วิธีแก้ไข คือ ต้องใส่ฟันด้านในที่ถอนไปด้วย หรืออาจจะต้องจัดฟันร่วมด้วย ขึ้นกับสภาพและตำแหน่งของฟัน ถ้าฟันหน้าห่าง โดยไม่มีการถอนฟันกรามไป จะมีวิธีแก้ไขหลายวิธี ได้แก่

    • การจัดฟัน
    • อุดปิดช่องฟัน
    • ทำเคลือบฟันเทียม

    Q: มีกลิ่นปาก
    A: สาเหตุมากกว่า 90% มาจากในช่องปาก ตั้งแต่ฟันผุ เหงือกอักเสบ หินปูน มีเศษอาหารติดตามซอกฟัน ซึ่งสามารถกำจัดได้ด้วยการไปพบทันตแพทย์ตรวจสุขภาพช่องปาก และรักษาที่สาเหตุต่อไป ส่วนสาเหตุที่ไม่ใช่เกิดจากช่องปาก เช่น ไซนัสอักเสบ ต่อมทอนซิลอักเสบ โรคปอด โรคกระเพาะ โรคเบาหวาน

    Q: ฟันยาว ฟันโยก?
    A: มักจจะเกิดจากปัญหาของโรคเหงือก คือ มีการสะสมของหินปูนใต้เหงือกมาเป็นเวลานานและมาก จนมีการอักเสบของเหงือก เนื้อเยื่อปริทันต์ มีการทำลายของกระดูกเบ้ารากฟัน ทำให้มีเลือดออกตามไรฟัน ถ้าปล่อยทิ้งไว้จะลุกลามจนฟันโยก มีหนองและเลือดออกตามไรฟัน และถ้าไม่รับการรักษา ฟันก็จะโยกจนไม่สามารถเก็บไว้ได่

    Q: ทำรากเทียมไม่ยุ่งยาก ไม่น่ากลัวอย่างที่คิด
    A: ชื่อฟังดูเหมือนจะน่ากลัว แต่ความจริงแล้วในการะดูกที่ใช้ใส่รากฟันเทียมนั้น ไม่มีเส้นประสาทรับความรู้สึก แต่จะเป็นเส้นทางผ่านเส้นประสาทฟันเท่านั้น อาการเจ็บจึงเกิดขึ้นได้เฉพาะที่เหงือกหรือแผลเท่านั้น ซึ่งอาการเจ็บหลังการใส่รากฟันเทียมนี้ สามารถป้องกันได้ด้วยการรับประทานยาที่มีคุณสมบัติระงับอาการเจ็บปวดหลังการผ่าตัดโดยเฉพาะ โดยการเจ็บประมาณ 92% จะเกิดมากที่สุดวันแรก และอาจมีบ้างในวันที่ 2 และน้อยมากในวันที่ 3 หลังจากนั้นจะเป็นอาการตึงของแผลของชั้นกล้ามเนื้อมากกว่า จากคนไข้ที่ทำไปส่วนใหญ่จะเจ็บน้อยมาก มีบางคนไม่เจ็บเลย ยังไม่มีใครบ่นว่าเจ็บมาก

    Q   ฟันปลอมแต่ละแบบใช้ได้นานแค่ไหน
    A: ฟันปลอมมีลักษณะอย่างหนึ่งที่เหมือนฟันแท้คือจะใช้งานได้นานแค่ไหนขึ้นกับการดูแลและการใช้งานของผู้เป็น
    เจ้าของค่ะ  คนไข้ควรรับการตรวจสุขภาพฟันจริงและฟันปลอมปีละ 1-2 ครั้ง

    Q: ฟันน้ำนมอยู่ในปากแค่ชั่วคราว ถ้าฟันน้ำนมผุก็ไม่มีผลอะไร  ผุมากก็ถอนไปเถอะ  จริงมั้ยค่ะ?
    A: ฟันน้ำนมที่มีสุขภาพดีและอยู่ครบจนถึงเวลาที่ฟันแท้ขึ้นมีผลอย่างมากต่อสุขภาพ ความสวยงามและความเป็นระเบียบของฟันแท้ค่ะ เชื้อโรคจากฟันน้ำนมสามารถเข้าไปทำให้ฟันแท้เสียหาย และการถอนฟันน้ำนมเร็วเกินไปก็ทำให้ฟันแท้ขึ้นมาซ้อนเกได้ค่ะ

Uraiwan Dental : 02-9323783 – 5, 081-859-3783
Dent care 3 : 02-804-7022-3
Dent care 5 : 02-887-0568-9